อาภรณ์ไร้เพศ

อาภรณ์ไร้เพศ

     ปัจจุบันการแต่งกายมีการเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะแต่งกายในรูปแบบไหน ก็คือการแสดงออกของมนุษย์หรือรสนิยมส่วนบุคคล การเปิดใจยอมรับซึ่งกันและกันเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนมีความมั่นใจในการแต่งตัวมากยิ่งขึ้น

     เสื้อผ้าก็คือเสื้อผ้า เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องนุ่งห่มของร่างกาย ไม่มีความจำกัดเพศ ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนวัยไหนก็สามารถใส่ได้เหมือนกันหมด แต่ต้องรู้จักกาลเทศะในการใส่ของแต่ละสถานที่ ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงจะใส่กระโปรงหรือกางเกง มันคือการตัดสินใจของบุคคลที่จะสวมใส่เสื้อผ้านั้น ๆ คำนิยามที่เกิดขึ้นว่า ผู้หญิงต้องคู่กับกระโปรงหรือผู้ชายต้องคู่กับกางเกง เป็นแค่คำพูดหนึ่งของคนที่เข้าไม่ถึงแฟชั่นสมัยใหม่ เพราะในยุคปัจจุบันของเรานั้นคนส่วนใหญ่มักมีความคิดที่เป็นอิสระมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้วการแต่งกายก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการแสดงออกที่เป็นรสนิยมส่วนบุคคล

     การแต่งตัวเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มความมั่นใจและความพึงพอใจ ในการแต่งกายของตัวเองในแต่ละชุด ปัจจุบันวัยรุ่นยุคใหม่แบบเราจะมีแนวคิดที่กว้างและเป็นอิสระ เรื่องของการแต่งกายที่มีเอกลักษณ์และมองว่าเป็นสิ่งสวยงามเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวแบบยุค 90 แนววินเทจ หรือแนวแฟชั่น โดยรวมแล้วมันคือศิลปะที่ไม่ตายตัว เพราะยิ่งเราแต่งตัวออกมาแบบไหน คนก็จะมองและให้ความสนใจมากยิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มเอกลักษณ์ในความเป็นตัวของตัวเอง บางคนที่แต่งตัวบ้า ๆ บอ ๆ ก็จะให้รู้ว่าลึก ๆ ข้างในเป็นคนอารมณ์ดี และเพิ่มความมั่นใจให้คนรอบข้างมากยิ่งขึ้น ในบางวันอาจจะเปลี่ยนอารมณ์ไปแต่งตัวธรรมดาเพื่อให้เข้ากับสถานที่หรือสังคมนั้น ๆ โดยส่วนใหญ่คนเรามักจะไม่แต่งตัวเวอร์ ๆ เวลาเข้าสังคมเพราะกลัวคนจะมองว่าประหลาด ซึ่งความเป็นจริงแล้วตัวตนที่แท้จริงของเขาอาจเป็นคนที่ชอบแต่งตัวที่นำสมัยเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองและคนรอบข้าง เพราะฉะนั้นแล้วในอนาคตคนที่มองพวกเขาเหล่านั้นว่าเป็นการแต่งตัวเวอร์ ๆ หรือแหวกแนว อาจเป็นที่ถูกมองว่าล้าสมัยก็ได้

     เราอาจเคยได้ยินนิยามคำว่า เสื้อผ้าเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการแสดงออกความเป็นตัวเอง บางคนที่ชอบแต่งตัวสไตล์ยุโรป ก็อาจจะบ่งบอกว่าเป็นการเพิ่มความมั่นใจ ไม่ต้องแคร์อะไรในสิ่งรอบข้างเพราะมันคือสิทธิส่วนบุคคล ใครจะว่าเราแต่งกายแบบไหนหรือแปลกยังไง สุดท้ายก็คือตัวเราเองที่มั่นใจ ส่วนบางคนแต่งตัวแนวเกาหลีเอเชีย ก็จะบ่งบอกถึงการเป็นเอกลักษณ์ มีความสวย มีเสน่ห์ มีความละมุน ความโรแมนติกและความเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดมี ความเข้าหากับสังคม ส่วนคนที่แต่งตัวแนวแฟชั่น แนววินเทจนั้น อาจจะบ่งบอกให้รู้ถึงความมั่นใจในตัวเอง การก้าวทันแฟชั่นในแต่ละยุคสมัยไม่ตกเทรนด์ เพราะแฟชั่นแนววินเทจเป็นแฟชั่นที่ไม่เคยเก่าหรือตกยุคเลย เพราะสังคมเราส่วนมากก็มักจะนำมาปรับเปลี่ยนให้มีความใหม่และทันสมัยอยู่เสมอ ดังนั้นแล้วแฟชั่นที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทุกเพศทุกวัยสามารถใส่ได้ เพราะการใส่เสื้อผ้าที่เข้ากับบุคลิกของตัวเองเป็นการสื่อถึงรสนิยมส่วนบุคคล ผ่านการแสดงออกทางเครื่องแต่งกาย ดังนั้นเมื่อมีความมั่นใจในการแต่งกายของตัวเองแล้ว ก็จะทำให้มีความสุขกับการออกไปเจอผู้คนนั่นเอง

     กล่าวโดยสรุปคือ เสื้อผ้าไม่ได้จำกัดอยู่ที่เพศแต่เป็นคนต่างหากที่จำกัด ดังนั้นเมื่อเราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรอบของคำว่าเพศแล้ว เสื้อผ้าก็เป็นแค่เครื่องแต่งกาย เครื่องนุ่งห่ม หรือปัจจัยที่ 4 ที่เราควรมีเท่านั้น เสื้อก็คือเสื้อ กางเกงก็คือกางเกง กระโปรงก็คือกระโปรง ตัวเสื้อผ้าไม่ได้นิยามตัวเองขึ้นมาด้วยซ้ำว่าคู่ควรกับเพศไหน ดังนั้นแล้วเราอยากจะใส่อะไรที่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองได้ก็อย่าไปกลัว เพราะรสนิยมของเราไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของคนอื่น

 

 

โดย 11PPK

Top