Nu-Metal เป็นดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จังหวะที่ชวนโยกหัวไปตาม ๆ กันเหมือนกับดนตรี Rock ที่ถูกแตกแขนงออกมา และพัฒนาอีกหนึ่งรูปแบบขอ" />           Nu-Metal เป็นดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จังหวะที่ชวนโยกหัวไปตาม ๆ กันเหมือนกับดนตรี Rock ที่ถูกแตกแขนงออกมา และพัฒนาอีกหนึ่งรูปแบบขอ">           Nu-Metal เป็นดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จังหวะที่ชวนโยกหัวไปตาม ๆ กันเหมือนกับดนตรี Rock ที่ถูกแตกแขนงออกมา และพัฒนาอีกหนึ่งรูปแบบขอ" />           Nu-Metal เป็นดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จังหวะที่ชวนโยกหัวไปตาม ๆ กันเหมือนกับดนตรี Rock ที่ถูกแตกแขนงออกมา และพัฒนาอีกหนึ่งรูปแบบขอ"/>
Nu-metal โยกหัวตั้งแต่ 2000 ถึงปัจจุบัน

Nu-metal โยกหัวตั้งแต่ 2000 ถึงปัจจุบัน

          Nu-Metal เป็นดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จังหวะที่ชวนโยกหัวไปตาม ๆ กันเหมือนกับดนตรี Rock ที่ถูกแตกแขนงออกมา และพัฒนาอีกหนึ่งรูปแบบของส่วนผสมทั้ง เพลง Rock, Grunge, Alternative รวมเข้ากับ ดนตรี Funk, Hip-Hop และ Heavy Metal จนได้เนื้อหาและทำนองดนตรีใหม่ เป็นการเกิดขึ้นของ Nu-Metal ซึ่งได้ก่อเกิดขึ้นช่วงกลางยุค 1990 และมาได้รับความนิยมอย่างสูง ในยุค 2000 โดย Nu-Metal จะเน้นที่อารมณ์ จังหวะ ผิวสัมผัส มากกว่าเมโลดี้ของเพลง ซึ่งอย่างที่เห็นว่าดนตรีนี้ผู้ฟังมักจะได้โยกหัวตาม หรือที่เรียกว่า Headbang ด้วยการฟาดหัวขึ้นลง โดยตัวบทเพลงจะมีเนื้อหาที่แตกต่างกันไปตามบริบทสังคมและรูปแบบวง บ้างก็เสียดสี บ้างก็เล่าถึงชีวิต อย่างมีเอกลักษณ์

          ความนิยมของ Nu-Metal กลายมาเป็นที่นิยมในช่วงยุค 2000 ถ้าให้ต้องพูดถึงความนิยมคงต้องพูดถึงเกี่ยวกับคุณภาพของผลงาน ซึ่ง Nu-Metal ยังคงความเป็น Heavy Metal ไว้ได้ ถึงแม้จะมีส่วนผสมอย่าง Hip-Hop และความเป็น Pop ด้วยในบางครั้ง ซึ่งช่วยให้เป็นที่นิยมและเอาชนะดนตรีกระแสหลักได้ในยุคเดียวกัน อย่าง Britney Spears หรือแม้แต่ Backstreet Boys ในปีเดียวกัน ซึ่งถ้าให้ยกตัวอย่างวง Nu-Metal อย่าง Deftones ก็ได้สร้างสรรค์เสียงที่ละเอียดอ่อน แต่ตัวดนตรีเดือดดาล มีเสียงเอื้อน หรือจังหวะที่ระเบิดอารมณ์ไปด้วยกัน เป็นส่วนผสมที่ปนกันไปอย่างบอกไม่ถูก ทำให้โดดเด่น และผู้ฟังชื่นชอบ บางครั้งยังมีการหยิบเอาความเป็น Shoegaze หรือที่เรียกกันว่า ท่วงทำนองของเสียงกีตาร์ที่ล่องลอยคลอไปเรื่อย ๆ แต่มีความอึกทึก หลังจากนั้นก็เป็นการใส่อารมณ์ระเบิดเข้าไปอีกที ทำให้ Nu-Metal จึงเหมือนตัวแทนของการระบายอารมณ์ ทิ้งอารมณ์ที่อัดอั้นออกมา ด้วยความที่หลายวงดนตรีมักจะเล่าเรื่องของการเปลี่ยนผ่านของช่วงชีวิต การผ่านเรื่องหนักอกหนักใจ ปัญหาชีวิตวัยรุ่น สะท้อนปัญหายาเสพติดในสังคม สุขภาพจิต หรือความสัมพันธ์  จุดนี้เลยเป็นเหมือนจุดที่ทำให้ผู้ฟังหลงรักและชื่นชอบ มองเห็นบทเพลงเป็นดั่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ คอยดึงผู้ฟังออกจากก้นเหวแห่งปัญหา ได้ระบายความรู้สึกผ่านบทเพลงออกมาจริง ๆ

          จากที่กล่าวก่อนหน้า วงดนตรี Nu-Metal ที่มีอิทธิพลในยุค 2000 นั้น นอกจาก Deftones แล้วก็ยังมี  Linkin Park วงระดับตำนานของโลกที่เอาความเป็น Nu-Metal กับ Hip-Hop และสไตล์การ Rap มาสร้างสรรค์บทเพลงหรือจะเป็น P.O.D. วง Christian Nu Metal สุดโด่งดัง ที่เด่นเรื่องความหนักแน่นของ Nu-Metal เองกับความสนุกแบบ Hip-Hop หรือ Limp Bizkit ที่มีไอคอนให้จดจำ อย่างหมวกแก๊ปแดงกลับด้าน แต่งตัวแบบ Rapper ที่โด่งดังอย่างมากในช่วงต้นยุค 2000 และเป็นวงแรก ๆ ที่มีการใช้เครื่องแผ่น รวมถึงดีเจ มาผสมกันกับ Nu-Metal บอกเล่าบทเพลงผ่านเรื่องของวิถีชีวิต การก้าวผ่านเรื่องต่าง ๆ จนได้กลายเป็นวงแนว Rap Metal ที่มีการสแครชแผ่น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลาย ๆ วงในยุคนั้น หรือที่ภาพจำติดตาเป็นวงสวมหน้ากากผี ดูน่ากลัวกันทั้งวงอย่าง Slipknot ที่มีเนื้อหาเพลงรุนแรงเดือดดาลที่สุดวงหนึ่ง คอยเป็นหน้าเป็นตาให้กับดนตรี Nu-Metal มาจนถึงปัจจุบัน

          การที่ Nu-Metal กลายเป็นดนตรีอีกแขนงที่ได้รับความนิยม เนื่องจากสังคมในช่วงนั้นความอิ่มตัวจากดนตรีกระแสหลักก็มีบ้างพอสมควร แต่หนึ่งสิ่งที่บอกได้ว่าโดดเด่นเป็นพิเศษ จนเป็นดนตรีอีกแขนงหนึ่งคือการผสมอย่างลงตัว เพราะเดิมทีแล้วดนตรีที่เราได้ฟังในยุคปัจจุบัน มีรากฐานร่วมกันมาอย่างลึกซึ้ง ทั้งจากดนตรีเพื่อชีวิต ดนตรี Rock ดนตรี Blues มีการผสานกันไปมา เพิ่มเครื่องดนตรี เพิ่มเอกลักษณ์ จนท้ายที่สุดก็เกิดเป็นดนตรีแนวใหม่ขึ้นมา นี่จึงเป็นเหตุผลที่ดนตรี Nu-Metal กลายเป็นอีกแขนงของวงการดนตรีที่ได้ก่อร่างสร้างตัว ตั้งแต่กลางปี 1990 จนถึงปี 2000 ในที่สุด และประสบความสำเร็จจนเป็นสัญลักษณ์ทางดนตรีอย่างหนึ่งในยุคนั้น

          สิ่งที่สะท้อนออกมาทางสังคมจากอิทธิพล Nu-Metal คือการแสดงออกของภาพรวมทางสังคมในหมู่ผู้ฟัง รวมถึงสะท้อนวิถีชีวิต ความอัดอั้นในจิตใจคน ทั้งการใช้ชีวิต การประคองความสัมพันธ์ หรือจะเป็นความรู้สึกทางใจ ทำให้ที่พึ่งยามยาก อย่างหนึ่งของวัยรุ่นในยุคนั้นคือ ดนตรี Nu-metal นั่นเอง มีดนตรีกระทบถึงใจ ได้ปลดล็อกความรู้สึกที่บางครั้งไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูด หรือแสดงออกแก่คนอื่นได้ แต่เมื่อเพลงดังขึ้น ความหมายที่สื่อ ส่งถึงไปยังหูจนจับใจผู้ฟัง สิ่งนี้เป็นเหมือนจุดพักใจ คอยเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเหล่าผู้ฟัง Nu-metal ได้เป็นอย่างดี

          การส่งต่อและต่อยอดมาถึงปัจจุบัน สามารถพูดได้ว่า ดนตรีจากอดีตถึงปัจจุบันล้วนแล้วแต่มีพื้นฐานจากการผสมผสาน ปรับแต่งจากแนวดนตรีในอดีต ถึงสุดท้ายผู้ฟังอาจจะมองภาพไม่ออกทั้งหมด แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ดนตรีที่ได้ฟังจะมีกลิ่นอายที่สะท้อนออกจากการผสมแนวดนตรี ไม่ว่าจะเสียงร้อง ดนตรี และการใช้เครื่องดนตรี เพียงแต่ยุคสมัยใหม่อาจมีเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นมา แนวทางจึงแตกต่างไปจากเดิม แต่ล้วนมีรากฐานการพัฒนามาจากอดีตทั้งสิ้น  หลายวงในปัจจุบันแม้จะไม่ได้ผลิตผลงานอีกแล้ว แต่ก็ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้วงใหม่ ๆ หรือเป็นครูให้เรียนรู้เพื่อต่อลมหายใจของ Nu-Metal ต่อไปไม่มากก็น้อย หรือที่เรียกว่า คลื่นลูกใหม่ แห่งวงการ Nu-Metal ก็ว่าได้ อย่างวง Vended ที่สืบทอดความเป็น Nu-Metal ออกมา โดยนักร้องนำก็เป็นลูกชายของ Corey Taylor นักร้องนำวง Slipknot ด้วยเช่นกัน หรือแม้แต่ Code Orange ที่ผู้ฟังส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการสืบทอดความเป็น Nu-Metal ที่ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ แถมยังมีกลิ่นอายที่ชัดเจนของ Nu-Metal ออกมาอย่างล้นเหลือ

          โดยสรุปแล้วการมาถึงของดนตรี Nu-Metal เป็นแนวทางของการแตกแขนงของแนวดนตรีอีกรูปแบบหนึ่ง ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน ไม่เหมือนใคร และไม่ได้เป็นดนตรีที่มีภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างมาเพื่อความบันเทิงทางอารมณ์ หรือดูดุดันเกรี้ยวกราดเพียงอย่างเดียว แต่แฝงไปด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของคนในสังคม การเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่ผู้ฟัง การอธิบายความรู้สึกออกมาเป็นบทเพลงที่ชัดเจนที่สุด ตรงไปตรงมากับผู้ฟัง บอกเล่าสังคมในมุมมองทั้งแบบภาพรวม และเชิงลึก ทั้งการเสียดสีสังคมที่เละเทะ หรือการเมืองที่ต้องพบเจอ เรื่องราวเลวร้ายในแต่ละวันที่มนุษย์ต้องพบเจอ ทำให้ความนิยมจากอดีตถึงปัจจุบันไม่ได้จางหายไปไหน แต่ขึ้นอยู่กับบริบทที่ถูกนำไปใช้ในสังคมที่จะถูกถ่ายทอด หรือหยิบมาใช้บอกเล่าผ่านท่วงทำนองนั่นเอง

 

REF: https://www.revolvermag.com/music/10-bands-leading-new-wave-nu-metal#code-orange

https://theface.com/music/nu-metal-comeback-fashion-deftones-heaven-limp-bizkit-tour-woodstock-99-fred-durst-mike-shinoda-interview-linkin-park-wargasm-scowl-music

Top